หน้าหลัก - Home
ภาพไทยหลังอาน ลูกสุนัข - Gallery / puppy available ติดต่อเรา - Email to us

สรรสาระู้ - การประกวดสุนัขให้ประสบผลสำเร็จ

ตอนที่ 1 การเลือกลูกสุนัขสำหรับประกวด

การประกวดสุนัขให้ประสบผลสำเร็จนั้นก่อนอื่น คุณต้องเลือกลูกสุนัขซึ่งมีอนาคตสำหรับการประกวดเสียก่อน ในการเลือกลูกสุนัขซึ่งมีแววจะประกวดชนะในอนาคตได้ คุณต้องไปแวะดูตามคอกสุนัขที่มีชื่อเสียงและเชื่อถือได้ เลือกสุนัขตัวที่คุณรู้สึกว่าจะเป็นสุนัขประกวดได้ในอนาคต คุณควรตัดสินใจก่อนว่าจะเลือกสุนัขพันธุ์ไหน ถ้าคุณเลือกพันธุ์ขนยาวซึ่งต้องการการดูแลมากๆ คุณควรคิดว่าคุณจะมีเวลาพอมีความรู้และความชำนาญในการดูแลสุนัขให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ สิ่งเหล่านี้คุณต้องถามตัวคุณเอง ไม่มีใครจะตัดสินใจแทนคุณได้

เมื่อคุณตัดสินใจจะเลือกสุนัขพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งแล้ว คุณควรเตรียมตัวคุณให้พร้อมและศึกษาความรู้ต่างๆ ในการเลี้ยงสุนัขพันธุ์นั้นให้มากที่สุด เมื่อคุณรู้จักมาตรฐานพันธุ์สุนัขที่คุณจะเลี้ยงแล้ว ลองไปดูงานประกวดแล้วดูกรรมการตัดสินว่าตรงกับใจของคุณแค่ไหน การดูงานประกวดอาจทำให้คุณรู้จักกับเจ้าของและสุนัขที่มีคุณภาพอีกด้วย คุณควรรู้ว่าสุนัขอาจมีข้อบอพร่องซึ่งคุณไม่สามารถสังเกตด้วยตาเปล่าได้ แต่หลักสำคัญในการเลือกสุนัขประกวดซึ่งคุณสามารถใช้ตาเปล่าและความรู้สึกของคุณได้ ก็คือสภาพของอารมณ์และจิตใจที่ถูกต้อง โดยการแสดงออกของหางที่กวัดแกว่งตลอดเวลา การเคลื่อนไหวที่ดี สุนัขร่าเริงแจ่มใส ชอบคลุกคลีกับคน เมื่อถึงขั้นนี้ก็ถึงเวลาที่คุณจะไปเลือกซื้อสุนัข พยายามไปดูสุนัขหลายๆ แห่งเท่าที่คุณจะทำได้ และจากประสบการณ์คุณจะรู้เองว่าสุนัขตัวใดที่คุณควรจะซื้อ สภาพของจิตใจสุนัขเป็นส่วนสำคัญมากที่คุณจะต้องจัดสินในให้ดี สุนัขตัวที่ขี้กลัว ตกใจง่าย อาย ไม่เหมาะสำหรับเป็นสุนัขประกวด คุณควรเลือกสุนัขที่ร่าเริง หางกวัดแกว่งไปมา และชอบคลุกคลีกับผู้คน คุณควรให้ลูกสุนัขเดินหรือวิ่งเล่นหลายๆ รอบ เพื่อสังเกตการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง เมื่อคุณตัดสินใจจะซื้อสุนัขตัวนั้นแล้ว หากคุณมีเงินติดตัวไม่พอ คุณควรวางเงินมัดจำไว้ก่อน เพื่อคุณจะได้ไม่พลาดสุนัขตัวโปรดของคุณ

ตอนที่ 2 ฝึกตัวคุณเองเสียก่อน

การจูงสุนัขเป็นศิลปะอย่างหนึ่งซึ่งคุณสามารถพัฒนาให้ดีขึ้น ขึ้นอยู่กับความสามารถและพรสวรรค์ของคุณที่จะทำให้สุนัขตอบสนองต่อคุณ ในสภาวะแวดล้อมที่มีอยู่เพียงหนึ่งหรือสองตัวที่คุณเป็นเจ้าของหรือผู้จูงเอง ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อยที่จะทำความเข้าใจกับพื้นฐานในการจับสุนัขของคุณให้อยู่ในลักษณะที่ถูกต้องและชักชวนให้เขาเดินตามคุณ คุณจะรู้สึกว่ามันเป็นการง่ายและจะประสบความสำเร็จได้

สมมุติว่าคุณได้เข้าชมงานประกวดสัก 2- 3 งาน คุณควรพยายามสังเกตบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวเองของผู้จูงที่สามารถควบคุมสุนัขตามคำสั่งของเขาได้ หน้าที่ของเขาเหล่านั้นคือ การโพสต์ท่าสุนัขและทำให้สุนัขวิ่งได้ดูเหมือนจะไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย บุคคลเหล่านี้คือผู้ซึ่งคุณต้องจับตามองในทุกโอกาส สังเกตการวางมือของเขา การจัดขาสุนัขให้เข้าที่ การจัดศีรษะสุนัขเพื่อให้สุนัขยืนอยู่ใน ลักษณะที่ถูกต้อง ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามพันธุ์สุนัข สุนัขบางพันธุ์อาจมีการยืนและโพสต์ท่าต่างจากสุนัขพันธุ์อื่นๆ ทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคที่คุณต้องสังเกตเมื่อมีโอกาสในการทำให้สุนัขวิ่ง หากสุนัขคุ้นเคยกับผู้จูง คุณแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย สุนัขจะรู้หน้าที่เมื่อคุณออกคำสั่งให้วิ่งหรือเดิน ข้อสำคัญ คือ พยายามควบคุมสุนัขของคุณให้เดินหรือวิ่งในอัตราความเร็วที่จะทำให้เขาสามารถแสดงความสวยงามของร่างกาย และการย่างก้าวดีที่สุดออกมา เมื่อคุณจูงสุนัข คุณจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่คุณมีประสบการณ์มากขึ้นเช่นเดียวกัน

ตอนที่ 3 ฝึกสุนัขของคุณ

ลูกสุนัขซึ่งมาจากบ้านหรือคอกสุนัขประกวด ซึ่งได้รับการฝึกหัดและจูงอย่างถูกต้องตั้งแต่เล็ก ถ้าได้รับการฝึกหัดและจูงอย่างถูกต้อง สุนัขจะรู้สึกเชื่อมั่นกับคุณในขณะที่เขาเดินตามคุณ

ถ้าคุณเลือกสุนัขที่มีอายุมากคุณอาจจะมีปัญหาได้ สุนัขที่ไม่ได้รับการฝึกยิ่งอายุมากเท่าใดก็ยิ่งเป็นการยากสำหรับคุณในการฝึก

ขั้นที่ 1 ก่อนอื่นคุณต้องฝึกสุนัขให้ยืนอยู่บนโต๊ะเสียก่อน เพื่อการง่ายในการตรวจฟัน การตัดเล็บหรือเพื่อเหตุผลอื่นๆ ในการตรวจสุขภาพสุนัข สุนัขควรยืนอยู่บนโต๊ะที่แข็งแรง โต๊ะที่สั่นไหวอาจทำให้สุนัขขากความเชื่อมัน โต๊ะควรมีสแตนเพื่อคล้องสายจูงสุนัขกระโดดหรือได้รับบาดเจ็บจากการตกจากโต๊ะ นอกจากนี้คุณยังควรฝึกหัดให้สุนัขโพสต์ท่าบนโต๊ะ ในสนามประกวดสุนัขพันธุ์เล็กมักจะต้องยืนโพสต์ท่าอยู่บนโต๊ะ และยิ่งไปกว่านั้นกรรมการจะใช้โต๊ะในการให้สุนัขยืนและตรวจร่างกายสุนัขจำพวกเทอร์เรียร์อีกด้วย

ขั้นที่ 2 คือ การเข้าสายจูง เมื่อลูกสุนัขอายุ 8-9 สัปดาห์ ขั้นแรกพยายามใช้สายจูงคล้องคอสุนัขและเดินตามเขาไปยังจุดต่างๆ คุณควรเข้าใจว่าบางครั้งสุนัขอาจขัดขืนบ้าง แต่ด้วยความอดทนและความเข้าใจในตัวลูกสุนัขของคุณ คุณควรจะค่อยๆดึงสายจูงอย่างอ่อนโยนที่สุดเพื่อให้ลูกสุนัขเดินตามทิศทางที่คุณต้องการ หากคุณปฏิบัติเช่นนี้คุณจะพบว่าสุนัขจะค่อยๆ ชินกับสายจูงและจะเดินตามทิศทางที่คุณต้องการด้วยความเต็มใจ ข้อควรระวังคือหากสุนัขไม่เดินตาม คุณไม่ควรดึงสายจูงอย่างแรงและลากสุนัขไปในทิศทางที่คุณต้องการ เพราะสิ่งนี้จะทำให้สุนัขกลัวสายจูงและจะแสดงการขัดขืนมากยิ่งขึ้น

ลูกสุนัขของคุณควรได้รับการฝึกฝนด้วยความอ่อนโยนและด้วยความรัก แต่เต็มไปด้วยบทเรียนอันเข้มงวด คุณควรยอมรับว่าสุนัขไม่ชอบที่จะให้ใครเอาสายจูงมาพันธนาการหรือคล้องคอเขาไว้เพื่อบังคับไม่ให้เขาวิ่งเล่นตามความพอใจ แต่เมื่อเขาเริ่มเต็มใจที่จะเข้าสายจูงและเดินตามคุณ คำชมหรือเสียงบางเสียงที่คุณเปล่งออกเพื่อชมจะมีอิทธิพลต่อเขามาก แต่ถึงอย่างไรคุณก็ยังคงต้องเข้มงวดในการฝึกเขาให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง เมื่อสุนัขของคุณคุ้นเคยกับสายจูงดีแล้ว คุณจะสามารถจูงเขาไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย สุนัขควรได้รับการดึงสายจูงที่ตึงพอสมควร ยกเว้นสุนัขบางตัวที่เราต้องปล่อยสายจูงให้หลวม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องสังเกตลักษณะนิสัยของสุนัข คุณต้องมั่นใจว่าสายจูงต้องล้อมรอบคอของสุนัขและอยู่สูงขึ้นมาด้านหลังของใบหู ซึ่งจะทำให้สุนัขเดินด้วยศีรษะที่เชิดอย่างสง่างาม คุณควรฝึกสุนัขอย่างนี้วันละประมาณ 10-15 นาที หากสุนัขขัดขืนคุณไม่ควรจะดึงหรือลากเขา แต่ควรปล่อยเขาเล่นและฝึกเขาใหม่ในวันรุ่งขึ้น และแน่นอนในวันต่อๆ มาสุนัขของคุณต้องเข้าสายจูงได้เป็นอย่างดี ในขณะที่เขาทำถูกต้องคุณควรชมเขาด้วยคำชม 2-3 คำและวิ่งเล่นกับเขา อาจเล่นกับเขาด้วยลูกบอลสัก 2-3 นาที หลังจากที่เขาได้พักผ่อนวิ่งเล่นจนเพียงพอแล้ว คุณควรฝึกให้เขาโพสต์ท่ากับพื้น ไม่ควรกังวลหากเขาโพสต์ท่าไม่ถูกต้อง เพราะนั่นเป็นเพียงการฝึกหัดขั้นต้น ซึ่งเขาจะพัฒนาให้ดีขึ้นในวันต่อๆ มา คุณควรฝึกให้เขายืนโพสต์ท่าประมาณวันละ 10 นาทีเป็นเวลา 2-3 วัน สุนัขของคุณจะเริ่มชินกับสายจูงที่ดึงตึงบนต้นคอและจะโพสต์ท่าได้นิ่งและถูกต้อง ไม่ควรจะฝึกสุนัขของคุณมากเกินไป การฝึกควรจะทำในเวลาที่น้อยที่สุดเท่าที่สุนัขจะสามารถทนได้

การฝึกหัดระหว่างสุนัขกับเด็ก ลูกสุนัขมักจะตอบสนองกับเด็กๆ ซึ่งปฏิบัติต่อเขาด้วยความอ่อนโยน มันเป็นการเพิ่มประสบการณ์อย่างหนึ่งในการฝึกให้สุนัขคุ้นเคยกับคน และเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้สุนัขมีสุขภาพจิตใจที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่มีผู้คนพลุกพล่าน

สภาพของสิ่งแวดล้อมซึ่งส่งผลต่อการฝึกสุนัข บทเรียนต่างๆ ในการฝึกสุนัขควรจะมีขึ้นในช่วงที่สุนัขพร้อมที่สุด โดยมากจะเป็นช่วงก่อนอาหาร เพราะถ้าหากเราฝึกเขาหลังจากเขากินอาหารแล้ว เขาจะขาดความกระตือรือร้นการฝึก ถ้าหากคุณฝึกเขาในวันที่อากาศร้อน ควรจะฝึกเขากับสนามหญ้า ถ้าคุณฝึกเขาบนพื้นซีเมนต์ในขณะอากาศร้อน ควรแน่ใจว่าจะมีร่มเงาที่เพียงพอ ในฤดูหนาวไม่ควรฝึกสุนัขบนหิมะหรือน้ำแข็ง พยายามฝึกเขาในช่วงกลางวันที่แดดร้อน สุนัขของคุณจะตอบสนองเป็นอย่างดีถ้าเขาอยู่ในสภาพที่พร้อม ถ้าคุณพบว่าสุนัขของคุณไม่มีการตอบสนองและพบว่าตัวคุณเองเริ่มเบื่อหรือตื่นเต้นจนเกินไป พยายามปล่อยให้สุนัขวิ่งเล่นจนเขาเริ่มสงบ การฝึกภายใต้ความตึงเครียดจะก่อให้เกิดผลเสีย

การพาสุนัขออกสู่ภายนอกเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก สุนัขจะตอบสนองได้อย่างดีถ้าเขาได้อยู่กับเด็กๆ ถ้าคุณไม่มีเด็กๆ ในบ้าน เพื่อนบ้านของคุณซึ่งเป็นเด็กอาจจะช่วยได้มาก พยายามให้สุนัขวิ่งเล่นกับเด็ก เราจะพบว่าการตอบสนองระหว่างลูกสุนัขกับเด็กๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและดีเยี่ยม

เมื่อลูกสุนัขของคุณสามารถถูกควบคุมได้โดยสายจูงแล้ว พาเขาออกไปเผชิญกับโลกภายนอกเพื่อเขาจะได้เห็นและได้ยินสิ่งใหม่ๆ ถ้าเขาเกิดอาการกลัวหรือตื่นเต้นในครั้งแรก คำชมและคำปลอบโยนจะช่วยทำให้เขาหายกลัวได้

การพาเขาเดินไปในที่ต่างๆ ไม่ว่าข้างถนน บนฟุตบาท ศูนย์การค้า จะช่วยให้เขาพบกับความหลากหลายในการมอง การได้ยินเสียงและการดมกลิ่น ถ้ามีคนบนท้องถนนหยุดอยู่เพื่อชื่นชมกับสุนัขของคุณควรยินยอมให้พวกเขาทำได้เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสุนัขมากยิ่งขึ้น

ปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือการเจ็บป่วยอันมีสาเหตุมาจากการเดินทาง สุนัขเล็กๆ มักจะประสบปัญหาเรื่องการเมารถ หรืออื่นๆ วิธีแก้ง่ายๆ คือ นำเขาใส่กรงหรือกล่องไว้ในรถ และพาเขานั่งรถเล่นไปรอบๆ วางกระดาษหนังสือไว้ที่พื้นกรงหรือกล่องเพื่อดูดซับสิ่งสกปรก ข้อควรระวัง คือ ในช่วงเวลา 6 ชั่วโมงก่อนพาเขานั่งรถเล่น ไม่ควรเลี้ยงอาหารเขา ในการฝึก 2-3 ครั้งแรกเขาอาจจะเมารถบ้าง แต่ในครั้งต่อมาเขาจะพัฒนาขึ้น จนอาจกลายเป็นสุนัขที่ชอบนั่งรถเที่ยวไปเลยก็ได้

ตอนที่ 4 การจัดท่ายืนให้สุนัขของคุณ

สุนัขที่ดีและได้รับการจัดท่ายืนที่ถูกต้องจะทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น สามารถแสดงให้เห็นความสวยงามของสัดส่วนได้มากทีเดียว เพื่อไปถึงความสำเร็จอันนี้คุณจะต้องฝึกสุนัขของคุณให้ยืนในท่าที่ถูกต้องและสมบูรณ์ สุนัขควรจะยืนโดยปราศจากการเคลื่อนไหวใดๆ ในขณะที่กรรมการตรวจพิจารณาและให้คะแนนเขา

เริ่มต้นด้วยการจูงสายจูงในตอนแรก(ดึงสายจูงให้ตึงพอสมควร และให้สายจูงอยู่หลังใบหูของสุนัข) จัดท่าให้สุนัขอยู่ด้านซ้ายมือของคุณ ใช้มือขวาจับสายจูง ดึงสายจูงขึ้นเพื่อให้ศีรษะสุนัขอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและใช้มือซ้ายของคุณจับข้อศอกซ้ายของสุนัขให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ถ้าสุนัขของคุณขัดขืนไม่ทำตาม พยายามใช้มือขวาจับตรงบริเวณกล้ามเนื้อขาขวาสุนัขให้แน่นและหันหน้าของเขาไปทางขวา คุณจะพบว่าสุนัขจะโพสต์ท่าออกไปทางด้านขวาเล็กน้อย และจะพบว่ามันง่ายที่จับเท้าซ้ายให้อยู่ในตำแหน่งที่คุณต้องการ ทันทีที่ขาทั้งสองตั้งตรงและยึดแน่นกับพื้น หันหน้าสุนัขเข้าในตำแหน่งถูกต้องและทำอย่างนี้เช่นเดียวกับด้านขวามือ โดยจับขาซ้ายของสุนัขให้แน่นและหันหน้าเขาไปด้านซ้าย แล้วจัดขาขวาให้เข้าที่

เมื่อสุนัขของคุณยืนในท่าที่ศีรษะหน้าและขาหน้าถูกต้องสวยงามแล้ว ใช้มือซ้ายของคุณจับโพสต์หลังของสุนัข โดยใช้คำว่า “ ยืน ” ด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ เพื่อให้สุนัขของคุณเข้าใจคุณมากขึ้น คุณควรใช้มือสัมผัสลูบที่หน้าผากของเขาเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่เขา ไม่ควรสัมผัสด้านหลังหรือบั้นท้ายสุนัข เพราะเขาอาจตกใจกลัวได้

เริ่มฝึกต่อด้วยมือซ้ายของคุณ จัดท่าขาหลังซ้าย จัดตั้งแต่บั้นท้ายลูบลงมาถึงข้อเท้า จับข้อเท้าให้แน่นตั้งข้อเท้าให้เห็นมุมหักที่สวยงามตามลักษณะมาตรฐานของสุนัขพันธุ์นั้นๆ จากนั้นค่อยจัดขาอีกข้างเช่นเดียวกันกับขาหลังขวา

ขณะที่ขาหลังยืนในท่าที่ถูกต้องแล้วกลับไปดูขาหน้าอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจว่าขาหน้าเพื่อความมั่นใจว่าขาหน้าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพราะสุนัขอาจเคลื่อนขาหน้าเพื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่เขาสมดุลในขณะที่คุณจัดขาหลังของเขา

สายจูงหรือปลอกคอจะช่วยให้คุณควบคุมสุนัขของคุณได้มากระหว่างการฝึกสอนนี้ เสียงสงบเรียบแต่มีความเฉียบขาดในตัว เช่น “ ยืน ” “ นิ่ง ” จะทำให้สุนัขของคุณสงบมากขึ้น เจ้าของของสุนัขหรือเพื่อนของคุณไม่ควรจะยืนอยู่ใกล้ๆ ขณะที่คุณฝึกสุนัข เพราจะเบี่ยงเบนความสนใจของสุนัขได้

ในขณะที่สุนัขของคุณยืนในท่าที่ถูกต้องและมือขวาของคุณดึงสายจูงแล้ว วางมือซ้ายของคุณบนหลังหูทั้งสองแล้วลูบไปตั้งแต่หลังหูแผ่นหลังจนถึงปลายหาง (สุนัขบางพันธุ์ เช่น เกรย์ฮาวด์ เดรทเดน และบางพันธุ์ ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนนี้) จัดหางให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและเหมาะสมตามมาตรฐานของสุนัขพันธุ์นั้นๆ สำหรับสุนัขบางพันธุ์ที่หางตั้งขึ้น การลูบไล้เบาๆ จากโคนหางไปยังปลายหางจะทำให้สุนัขตอบสนองโดยการยกหางได้ดีขึ้น แต่ก่อนที่คุณจะฝึกให้สุนัขยืนในท่าที่ถูกต้องสวยงาม คุณต้องมั่นใจว่าได้ศึกษาการจัดท่าทางของสุนัขให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานของสุนัขพันธุ์นั้นๆ ด้วย

สำหรับสุนัขขนาดกลางหรือใหญ่ ต้องจัดให้ศีรษะของสุนัขตั้งให้เห็นมุมหักระหว่างปากและหน้าผากที่สวยงาม มันจะช่วยได้มากถ้าคุณตบที่ลำตัวด้านข้างเบาๆ สัก 2-3 นาที เขาจะตอบสนองโดยการตั้งศีรษะให้เชิด หรือถ้าคุณยืนอยู่ด้านหน้าเขา จับศีรษะเขาให้เชิดขึ้น เทคนิคนี้ยังช่วยให้เขาแสดงความยาวและความสง่าของลำคอได้มากขึ้น

ถ้าสุนัขของคุณได้รับการฝึกเข้าสายจูงอย่างดีและฝึกเดินตั้งแต่อายุยังน้อย คุณสามารถใช้เวลาเพียงบางส่วน ซึ่งน้อยมากในการฝึกเข้าสายจูงหรือจัดท่ายืนให้เขา ซึ่งที่คุณต้องทำในสนามประกวดก็คือการทำให้สุนัขสงบ เดินเรียบ สง่า โดยปราศจากขั้นตอนอันขลุกขลัก โดยคุณอาจใช้เวลาเพียง 30 นาที แต่ละขั้นในเวลาเพียง 2 วัน สุนัขของคุณจะพัฒนาเป็นสุนัขประกวดที่ยอดเยี่ยม หากคุณไม่พบสุนัขที่มีปัญหาร้ายแรงและต้องการการแก้ไขที่ใช้เวลานาน

เมื่อสุนัขของคุณได้รับการฝึกเข้าสายจูงและจัดท่ายืนที่สวยงามแล้ว พาเขาไปในงานประกวดสัก 1 หรือ 2 งาน เพื่อให้เขาเกิดความมั่นใจว่าเขาสามารถตอบสนองคุณได้ในสภาพแวดล้อมที่แท้จริงได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณพบว่าเขาไม่นิ่งเหมือนกับตอนอยู่ที่บ้าน พยายามให้กำลังใจเขาให้มากๆ โดยการเล่นกับเขา ลูบหน้าลูบหูเขา พูดกับเขาตลอดเวลาด้วยเสียงเบาๆ แต่ก็พยายามฝึกหัดแก้ไขเขาไปในตัว คุณควรยึดคติ “ รัก กรุณา แต่เข้มด้วยบทเรียน ” เหมือนกับการฝึกเด็กๆ ความรักความเข้าใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจะทำให้เขารักคุณ ตอบสนองคุณในสิ่งที่คุณต้องการ

       
มิถุนายน ๒๕๔๙

ชมรมสร้างสรรค์สุนัขพันธุ์ไทย 12/276 หมู่ 15 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 Email: trdthaiclub@yahoo.com

Thai ridgeback dog, Ridgeback dog, Primitive, pet, puppy, Thairidgeback, TRD, Thai Dog, Mahthai, Lang ahn, สุนัขไทยหลังอาน, หมาไทยหลังอาน, หมาไทย, สุนัขไทย, หลังอาน, ลูกหมา, หลังอาน, สัตว์เลี้ยง