![]() |
||
สรรสาระ-หลักการผสมพันธุ์ในสุนัข |
|||||
ปัญหาของนักผสมพันธุ์ เกี่ยวกับการผสมพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ มักจะเกิดจากความเข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง รวมทั้งประโยชน์และข้อดีข้อเสียของรูปแบบการผสมพันธุ์เหล่านี้ ทำให้ไม่กล้าปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง จึงไม่สามารถพัฒนาพันธุ์ที่ดีได้ตามต้องการ 1. มีความเชื่อว่าการผสมแบบ Inbreeding จะทำให้เกิดลักษณะด้อยที่ไม่ต้องการ ลักษณะพิการออกมาโดยยึดจากหลักและกฎเกณฑ์ในมนุษย์เกี่ยวกับการผสมพันธุ์ ในระหว่างพี่น้อง หรือพ่อแม่กับลูก ซึ่งต่างกับสัตว์ เพราะในมนุษย์เราไม่สามารถคัดเลือกเฉพาะพันธุ์ที่ดีหรือคัดทิ้ง ยกเว้นแต่การคัดเลือกตามธรรมชาติ ( Natureral Selection ) เท่านั้น ซึ่งมุ่งขจัดเฉพาะความพิการที่ไม่อาจจะดำรงชีวิตอยู่ได้ก็จะตายไป นอกจากนี้ยังมีกฎเกณฑ์ของศาสนาและสังคมเป็นตัวบังคับอยู่ด้วย ทำให้การผสมในมนุษย์จึงเป็นเรื่องอันตรายและมีความเสี่ยงสูง แต่ในสัตว์นั้นจริง ๆ จะต่างกัน เราสามารถอาศัยวิธีการคัดเลือกพันธุ์มาใช้ร่วมกันด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดขึ้นได้เฉพาะลักษณะที่เราต้องการ 2. ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักของพันธุกรรม เช่น ในเรื่องการผสมพันธุ์ แล้วได้ลูกที่เกิดขึ้นจะได้ลักษณะต่าง ๆ มาจากพ่อแม่ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันระหว่าง Chromosome และ Genes จากพ่อแม่อย่างละครึ่งหนึ่ง เป็นต้น 3. ไม่ได้ศึกษาประว ัติของครอบครัว สาย พันธุ์ ( Pedegree ) ของสัตว์ที่เราจะนำมาผสมกัน ทำให้เราไม่สามารถกำหนดหรือคาดหวังในลักษณะที่เราต้องการได้ ความหมายทั่วไป Inbreeding หมายถึง การผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ที่มีชนิดและสายพันธุ์เดียวกัน 2 ตัว ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก เช่น ระหว่างพ่อแม่กับลูก พี่กับน้อง ลุงป้ากับหลาน เป็นต้น Linebreeding หมายถึง การผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ที่มีชนิดและสายพันธุ์เดียวกัน 2 ตัว ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน เป็นญาติกัน ในตระกูลเดียวกัน อาจจะเป็นญาติใกล้ชิดหรือห่างไกลก็ได้ Outbreeding หมายถึง การผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ที่มีชนิดและสายพันธุ์เดียวกัน 2 ตัว ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันเลย หรือไม่สามารถตรวจสอบปกติได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การแยกความหมายของคำเหล่านี้ให้ถูกต้องตามทฤษฎีออกจากกันนั้นค่อนข้างเป็นได้ยาก และ การจะกำหนดความสัมพันธ์ที่แท้จริงนั้น แทบทำไม่ได้เลย เนื่องจากเราต้องคำนึงถึงลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เรื่องของ genes และ Chromosomes รวมทั้งคุณสมบัติทางพันธุกรรมอื่น และประวัติครอบครัวร่วมกันด้วย สิ่งที่เราควรทราบคือ ปกติการผสมพันธุ์จะเกิดจากการจับคู่ของแต่ละ Chromosomes และ genes ที่ถ่ายทอดลักษณะประเภทเดียวกัน ภายในเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์แต่ละตัว เมื่อนำมาร่วมกันก็จะแสดงลักษณะเหล่านั้นออกมา ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะเด่นและลักษณะด้อยของ Chromosomes และ genes ที่รวมกัน ซึ่งโดยปกติลักษณะเด่นนั้น จะข่มลักษณะด้อยไม่ให้แสดงออกมา แต่ลักษณะด้อยของ genes นั้นก ็ยังคงอยู่ต่อไปโดยไม่แสดงออกในรุ่นนี้ แต่ก็คอยเวลาที่จะแสดงออกในรุ่นต่อ ๆ ไปเมื่อมีโอกาส คือเมื่อไม่ถูกลักษณะเด่นข่มหรือเมื่อมันไปจับคู่กับ genes ที่มีลักษณะด้อยเหมือนกัน ทางทฤษฎี Inbreeding จะเกิดขึ้นเมื่อคู่ของ Chromosomes และ genes ที่เหมือนกันของเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์ 2 ตัว รวมกันเป็นลูก ( Zygote ) ทั้งนี้ ไม่จำเป ็นต้อง พี่น้องหรือพ่อแม่เดียวกันก็ได้ ขอเพียงแต่ให้มีลักษณะ genes และ Chromosomes ที่เหมือนกันก็พอ ซึ่งในทางปฏิบัติ inbreeding แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ยกเว้นในฝาแฝดเหมือนกัน ( Indentical term ) ซึ่งก็มักจะเป็นเพศเดียวกัน จึงไม่สามารถผสมกันเองได้ ดังนั้นในทางปฏิบัติระหว่างสัตว์ 2 ตัวที่มี genes มาจากจุดกำเนิดเดียวกันและเหมือนกันทุกประการจึงเป็นไปได้ยาก เพียงแต่จะมีแค่เกือบจะเป็น inbreeding มาก ๆ ( Most intensive of inbreeding ) ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ได้ลูกเกือบจะเหมือนพ่อแม่เลยทีเดียว Linebreeding จะเกิดขึ้นเมื่อคู่ของ Chromosomes และ genes ที่คล้ายกันของเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์ 2 ตัว มารวมกัน เกิดเป็นลูก ( Zygote ) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ Inbreeding และ Linebreeding จะมีความคล้ายคลึงของ Chromosomes และ genes ในระดับต่ำกว่าคือ Linebreeding จะเป ็นวิธีหนึ่ง ซึ่งปรับปรุงการผสมพันธุ์เพื่อนำไปสู่ Inbreeding จริง ๆ ดังนั้นถ้าการผสม Linebreeding ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างสายพันธุ์จาก Linebreeding ได้เข้มข้นและบริสุทธิ์จริงแล้ว นั่นแสดงว่าเราสามารถบรรลุวัตุประสงค์ในการทำ inbreeding ได้ แต่ถ้าการทำ linebreeding ล้มเหลวไม่สามารถเกิดสายพันธุ์บริสุทธิ์เข้มข้นได้ เราต้องไว้ว่าเพียงแต่เราจะไม่ควรทำ inbreeding แล้ว ในทางพันธุกรรมเราจะไม่ได้อะไรเลย Outbreeding เกิดขึ้นเมื่อมีการจับคู่ระหว่าง Chromosomes และ genes ที่ต่างกันของเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์ 2 ตัว มารวมกันเป็นลูก ( Zygote ) ทั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นพี่น้องเดียวกันหรือญาติใกล้ชิดกันก็ตาม ซึ่งอาจจะมี genes + Chromosomes ต่างกันก็ได้ หลายครั้งที่นักผสมพันธ์ไม่กล้าที่จะเสี่ยงลองผสมพันธุ์ Inbreeding เนื่องจากกลัวว่าจะได้สัตว์ที่พิการ อ่อนแอ มีลักษณะด้อยที่ไม่ต้องการ แต่ตามความเป็นจริงแล้วสัตว์เลี้ยงพันธุ์แท้ทุก ๆ พันธุ์ที่เรามีอยู่นั้น รวมทั้งสุนัขด้วย เราได้มาจากการปรับปรุง พัฒนาพันธุ์ โดยผ่านการผสมแบบ Inbreeding ทั้งนั้น ในระยะเริ่มแรกนักผสมพันธุ์ไม่กล้าเสี่ยงกับผลลัพธ์ของ Inbreeding เหมือนเด็กที่กลัวความมืด เขาจึงได้พยายามคิดวิธีที่จะเสียผลประโยชน์หรือเสี่ยงน้อยที่สุด จึงได้มีผู้คิดวิธีการผสม Linebreeding ขึ้นนั่นเอง เขาทราบเพียงแต่ว่าผลเสียหายจาก linebreeding น้อยกว่า Inbreeding และแน่นอนว่าการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ให้ดีก็ค่อนข้างช้าไปด้วย เปรียบเทียบ Linebreeding เหมือนการคลาน แต่ Inbreeding เหมือนการวิ่ง การคลานย่อมทำให้เกิดอันตรายไม่มากนัก เมื่อเทียบกับการวิ่งที่อาจจะสะดุดได้มากกว ่ า แต่สิ่งที่เป็นความจริงคือว่า แม้ว่าลักษณะด้อยจาก Inbreeding จะแสดงให้เห็นในลักษณะภายนอกได้ชัดเจนมากกว่า แต่ผลดีก็คือมันง่ายต่อการกำจัดให้ออกไปจากพันธุ์สัตว์ที่เราต้องการได้มากกว่า และทำให้เราเหลือแต่สายพันธุ์บริสุทธิ์ที่มีลักษณะที่พึงปรารถนา แต่ถ้า Linebreeding ลักษณะด้อยเหล่านี้อาจจะไม่ปรากฏมาให้เห็น แต่มันก็ยังซุกซ่อนอยู่ในตัวสัตว์ รอเวลาที่จะแสดงออกมาเช่นกันเมื่อมีโอกาส ส่วนการผสมแบบ Outbreeding หรือ Outcross จะได้ลักษณะสำคัญคือ Heterosis ลักษณะลูกครึ่งนี้จะรวมเอาเฉพาะจุดเด่นของพ่อแม่ขึ้นมา ซึ่งจะมีความแข็งแรง สมบูรณ ์ดีกว่าพ่อแม่ ส่วนลักษณะด้อยที่เราไม่ต้องการจะถูกข่มไว้โดยลักษณะเด่น แต่ลักษณะเหล่านี้ก็มิได้ถูกจำกัดไปไหน มันจะแฝงอยู่ตลอดไป พร้อมที่จะแสดงออกเมื่อมีโอกาสในรุ่นต่อไป ดังนั้น การผสมแบบนี้จะทำเมื่อต้องการให้ได้ ลักษณะเด่นที่เราต้องการ การซึ่งไม่มีอยู่ในสายพันธุ์ของเราเพิ่มเติมขึ้นมา แต่ลักษณะเด่นเหล่านี้จะไม่สามารถผ่านต่อไปลูกหลานในสายพันธุ์ของเราได้ นอกจากต้องอาศัยวิธีการผสมแบบ Inbreeding และคัดเลือกเอาเฉพาะลักษณะที่เราต้องการออกมาเท ่านั้น นั่นคือในการปรับปรุงสายพันธุ์ของเรา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการผสม Inbreeding ร่วมกับ Selection (คือเลือกพันธุ์) สรุป 1. ในทางปฏิบัติเราไม่สามารถแยกความหมายของการผสมพันธุ์ทั้ง 3 แบบข้างต้นได้ถูกต้องตามทฤษฎี เนื่องจากสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าพันธุ์ใดก็ตามต้องมีความสัมพันธ์ต่อกันไม่มากก็น้อย ดังนั้น Out cross ที่สมบูรณ์จึงไม่มีส่วน Inbreeding จริง ๆ นั้นเราก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม่มีสัตว์ชนิดใดที่มีลักษณะ Chromosomes และ genes ที่ไม่เหมือนกันทุกประการ และสามารถผสมพันธุ์กันได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัย linebreeding เพื่อนำไปสู่ inbreeding เพื่อให้ได้เลือดชิดมากขึ้น 2. การผสมแบบ Outcross เป็นการผสมเพื่อสร้างลักษณะพันธุ์ที่ต้องการ ซึ่งสายพันธุ์เดิมขาดอยู่ และต้องทำการรักษาสายพันธุ์นั้นไว้ โดย Inbreeding and Selection 3. การผสมแบบ Inbreeding ไม่มีอันตราย เพียงแต่เราต้องเลือก ( Selection ) เฉพาะลักษณะเด่นของมัน คือ แข็งแรง สืบพันธุ์ได้ไว้เพื่อรักษาสายพันธุ์ที่ดีไว้ต่อไป 4. Inbreeding และ Selection จะทำให้ genes บริสุทธิ์และสามารถรักษาสายพันธุ์ที่เราต้องการไว้ได้ 5. สิ่งสำคัญที่สุด Inbreeding เป็นผลรวมอันหนึ่งอันเดียวกันของ genes ที่เหมือนกันใน Zygote ซึ่ง Chromosomes และ genes นี้เองจะเป็นผู้ถ่ายทอดลักษณะต่าง ๆ ให้กับสิ่งมีชีวิต ดังนั้นการคัดเลือกพันธุ์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำร่วมกันกับ Inbreeding เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะที่เราต้องการให้บริสุทธิ์และเข้มข้น รวบรวมโดย....สะท้าน ใจเพชร ( จากหนังสือสุนัขไทย พ.ศ. 2534) |
|||||
ตุลาคม ๒๕๔๙ |
ชมรมสร้างสรรค์สุนัขพันธุ์ไทย 12/276 หมู่ 15 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 Email: trdthaiclub@yahoo.com |
Thai ridgeback dog, Ridgeback dog, Primitive, pet, puppy, Thairidgeback, TRD, Thai Dog, Mahthai, Lang ahn, สุนัขไทยหลังอาน, หมาไทยหลังอาน, หมาไทย, สุนัขไทย, หลังอาน, ลูกหมา, หลังอาน, สัตว์เลี้ยง