หน้าหลัก - Home
ภาพไทยหลังอาน ลูกสุนัข - Gallery / puppy available ติดต่อเรา - Email to us

หมาไทยในสายตา...คึกฤทธิ์

ตามหลักฐานที่ได้ค้นคว้ากันมา หมาและคนเริ่มรู้จักกันในตอนปลายของสมัยหินยุคต้น และมาคบหาสนิทสนมถึงกับอยู่บ้านเดียวกัน กินอยู่หลับนอนด้วยกันในตอนแรกของสมัยหินยุคปลาย ซึ่งนับเป็นเวลาก็ตกระหว่างสี่หมื่นปีถึงหกหมื่นปีมาแล้ว หมาที่เริ่มมารู้จักกับคน จนในที่สุดถึงคบหาเป็นมิตรกันมาทุกวันนี้นั้น เป็นหมาป่าพันธุ์หนึ่งมีชื่อสกุลเป็นภาษาละตินว่า Canis Aureus แปลเป็นไทยว่า สุนัขทอง เพราะมีขนยาวเป็นสีทองเหลืองอร่ามไปทั้งตัว

หมาป่า พันธุ์สุนัขทองนี้ เรียกได้ว่าเป็นต้นตระกูลหมาที่เราเลี้ยงกันอยู่ทุกวันนี้ ต่อมามีหมาป่าอีกพันธุ์หนึ่งที่มนุษย์นำมาเลี้ยง มีชื่อละตินว่า Canis Lupus แปลตรง ๆ ว่า หมาป่า หมาชนิดนี้เชื่องกว่าหมาทอง มีขนยาว หางเป็นพวง หูตั้ง กระดูกแก้มโหนกและหางตาเอนขึ้นข้างบน นิสัยใจคอเป็นอิสระกว่าหมาทอง หมาป่านี้เมื่อมาอยู่กับคนก็ผสมพันธุ์กับหมาทองและออกลูกหลานสืบมาเป็นหมาพันธุ์ต่าง ๆ แต่พันธุ์หมาทุกวันนี้เป็นเชื้อสายหมาทองเกือบทั้งสิ้น หมาฝรั่งพันธุ์ใหญ่ ๆ เช่น พันธุ์เกรตเดน พันธุ์อัลเซเชียน และอื่น ๆ นั้น ดูรูปร่างหน้าตาก็น่าจะสันนิษฐานว่ามาจากพันธุ์หมาป่า แต่เอาจริงเข้าก็เปล่า ที่แท้ก็มีบรรพบุรุษเป็นหมาทองตัวเล็ก ๆ ทั้งนั้น ตลอดจนหมาฝรั่งพันธุ์เล็กพันธุ์น้อยต่าง ๆ ก็สืบเชื้อสายมาจากหมาทองเช่นเดียวกัน ส่วนหมาที่สืบตระกูลมาจากพันธุ์หมาป่ามากหน่อยนั้น ได้แก่หมาที่ใช้ลากเลื่อนน้ำแข็งแถบขั้วโลกเหนือ หมาพันธุ์ที่ฝรั่งเรียกว่า Samoyedes และหมาจูมีขนพอง ๆ ที่ฝรั่งเรียกว่า Chow Chow คนจีนแถวฮ่องกงเลี้ยงกันมากทั้งบนบกและในน้ำ คือ อยู่บนเรือ หมาอีกชนิดหนึ่งที่เราเรียกว่า หมาแม้ว ก็เป็นชนิดหนึ่งของพันธุ์นี้ ส่วนหมาไทยเรานั้น แต่แรกผมดูรูปร่างหน้าตาก็คิดว่ามาจากพันธุ์หมาทอง แต่ภายหลังนี้มาลองเลี้ยงดู รู้จักนิสัยใจคอกันมากเข้า ก็เห็นว่าไม่ใช่หมาทองเสียแล้ว แต่เป็นหมาป่าเป็นแน่ แต่จะเป็นหมาชนิดไหนยังไม่แน่นัก เพราะหมาป่าที่คนเลี้ยงแต่ดั้งเดิมนั้น มีพื้นเพอยู่ในเมืองหนาวทางแถบเหนือของโลก ทางแถบเมืองไทยนี้คงมาไม่ถึง แต่ทางภาคนี้ก็มีหมาป่าอีกชนิดหนึ่ง ฝรั่งเรียกว่าดิงโก้ (Dingo) เป็นหมาป่าแถบนี้และข้ามไปยังทวีปออสเตรเลียพร้อมกับคน เดี๋ยวนี้ก็ยังแพร่หลาย เป็นหมาป่าที่ดุร้ายจริง ๆ อยู่ในออสเตรเลีย ลักษณะรูปร่างหน้าตาท่าทาง ตลอดจนนิสัยใจคอก็ใกล้กับหมาไทย ชวนให้สงสัยว่าจะเกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกันมากความซื่อสัตย์และจงรักภักดีของหมาที่มีต่อเจ้าของนั้น พอจะพูดได้ว่ามีลักษณะสองประการ หรือมีมูลเหตุสองอย่างต่างกัน คือ ประการที่หนึ่ง มาจากความผูกพันของลูกหมาที่มีต่อแม่หมา ความรู้สึกผูกพันนี้ สำหรับหมาเลี้ยงส่วนมากโดยเฉพาะหมาฝรั่งแล้ว มีอยู่ตลอดชีวิต พูดง่าย ๆ ได้ว่าหมาฝรั่งส่วนมากนั้นเป็นลูกหมาไม่รู้จักโต และยึดถือเจ้าของนั้นเองเป็นแม่หมา ติดสอยห้อยตามและคอยเคล้าคลึงอยู่ตลอดเวลา ใครที่ไม่รู้ก็ให้นึกไปว่า หมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด หรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งความจริงนั้น หากจะพูดว่าหมาชนิดนี้เป็นลูกหมาที่ไม่รู้จักเติบโตจะถูกกว่า ประการที่สอง ความผูกพันที่หมามีต่อเจ้าของนั้น อาจจะเป็นความผูกพันที่มีต่อสัญชาตญาณฝูง กล่าวคือความผูกพันอันได้แก่ความภักดี ความเคารพ ที่หมาแต่ละตัวในฝูงมีต่อหมาที่เป็นจ่าฝูง และความผูกพันอันได้แก่ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่หมาในฝูงมีต่อกันและกัน สุนัขที่มาจากพันธุ์หมาป่าและตามความเข้าใจของผม สุนัขไทยแท้ซึ่งมิได้ผสมพันธุ์ฝรั่งนั้นมีความผูกพันกับเจ้าของในทำนองนี้ และอาจเป็นความรู้สึกผูกพันของหมาไทยที่มีต่อเจ้าของ อันแตกต่างกับความผูกพันของหมาฝรั่งนี้ที่ทำให้คนส่วนมากเข้าใจไปว่าหมาไทยโง่กว่าหมาฝรั่ง ไม่น่าเชื่อ ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้ ผมเห็นจะต้องขอถือโอกาสอธิบายโดยละเอียดสักหน่อยผมได้กล่าวมาแล้วแต่ในตอนต้นว่า หมาฝรั่งส่วนมากสืบตระกูลมาจากพันธุ์หมาทอง ลักษณะสำคัญของหมาพันธุ์นี้ก็คือ เป็นลูกที่ไม่รู้จักโต ถึงจะอายุมากเท่าไรก็ยังมีจิตใจเป็นลูกหมาอยู่ จนในที่สุดก็ตายไปอย่างเป็นลูกหมา เรื่องความไม่รู้จักโตน้นมิได้ปรากฏทางจิตใจเท่านั้น แต่ปรากฏทางรูปกายให้เห็นชัดอีก ใครที่เคยสังเกตลูกหมาเกิดใหม่จะเห็นว่า เมื่อหมายังเล็กนั้น ลักษณะเหมือนกันทุกพันธุ์ คือ หูตก ขนฟูนุ่ม หน้าสั้น กระหม่อมเป็นโดมสูง ตามธรรมชาติ พอหมาเติบโตขึ้นแล้ว ลักษณเหล่านี้ก็ควรจะหายไป เป็นต้นว่าหูที่เคยตกก็กลับตั้ง ผลัดขนลูกหมาทิ้ง งอกขนใหม่ หน้าก็ยาวออก และกระหม่อมแบนลงกว้างออก แต่ตามความจริงนั้นการเปลี่ยนแปลงทางกายจากลูกหมาไปเป็นหมาใหญ่ จะปรากฏครบเพียง แต่บางพันธุ์เท่านั้น หมาฝรั่งส่วนมากถึงจะโตแล้วหูก็ยังตกอยู่ ขนก็ยังนุ่ม หน้าก็ยังสั้น และกระหม่อมก็ยังสูง พูดได้ว่า หมาเหล่านี้ดำรงไว้ซึ่งรูปกายอันเป็นของลูกหมาอยู่ตลอดชีวิต ลักษณะเหล่านี้เป็นลักษณะของหมาดั้งเดิมเมื่อก่อนคนจะเอามาเลี้ยง หากหมาคงอยู่ต่อไปในสภาพธรรมชาติ มิได้เข้ามาอยู่กับคน ลักษณะเหล่านี้ก็จะต้องหมดไปเมื่อหมาโตขึ้น พ้นสภาพความเป็นลูกหมา แต่เพราะคนเอาหมามาเลี้ยงไว้ ให้ “ความช่วยเหลือ” ต่าง ๆ นานา ไม่จำต้องเลี้ยงตัวเอง หมาก็เลยเป็นสัตว์ไม่รู้จักโต มีชีวิตความเป็นอยู่ขึ้นกับเจ้าของหรือนายของตน ยึดถือเอาคนที่เป็นเจ้าของนั้นเป็นพ่อเป็นแม่ไม่รู้จักจบจักสิ้น
ลักษณะต่าง ๆ อันเป็นลักษณะของลูกหมา ก็ย่อมจะน่ารักมากเป็นธรรมดา ใครดูแต่เพียงผิวเผินก็จะนึกไปว่า หมาเหล่านี้แสนรู้ คอยเอาใจเจ้าของ ติดตามเจ้าของ อยู่ในโอวาทเชื่อฟัง รักเจ้าของ เห็นที่ไหนดีใจต้อนรับตลอดจนติดตัวอยู่กับเจ้าของทุกเวลาไม่มีคลาด แต่ความจริงนั้นลักษณะเหล่านี้มิใช่ของดีอะไรนักหนา ถ้าเอาไปเปรียบกับความรักความกตัญญูและความภักดีของมนุษย์ก็ผิด เพราะไม่มีอะไรตรงกันเลย เปรียบกันไม่ได้ทีเดียว เพราะลักษณะและอาการทั้งปวงนั้นเป็นลักษณะและอาการของลูกหมาที่แสดงต่อแม่หมาเท่านั้นเอง มิได้รู้อกรู้ใจเจ้าของหรือเป็นเพื่อนที่ดี เป็นมิตรที่ซื่อสัตย์อะไรก็หามิได้ ขอย้ำอีกทีว่า เป็นเรื่องของลูกหมาที่ไม่ยอมโตเท่านั้น คนเราที่ยอมให้คนอื่นเลี้ยงตัวไปทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ยอมก้าวเท้าออกเดินด้วยลำแข้งตนเองอย่างผู้ใหญ่ ชอบรับ “ความช่วยเหลือ” ทุกชนิด ไม่คำนึงว่าอะไรเป็นอะไร นานเข้าคงจะเป็นเด็กไม่ยอมโตไปได้บ้างกระมัง คิด ๆ ดูแล้วก็น่าวิตกอยู่ลักษณะของหมาเลี้ยง ที่เป็นลูกหมาไม่รู้จักโตนี้ มีทั้งส่วนดีส่วนเสีย ทางส่วนดีนั้นก็ได้แก่ ความรักเจ้าของ ติดเจ้าของ และความน่ารักต่าง ๆ อันลูกหมาจะพึงมี แต่ส่วนเสียนั้นก็คือ ความเป็นลูกหมาไม่รู้จักโตนั่นเอง เพราะหมาชนิดนี้ไม่มีวันที่จะพึ่งตัวเองได้ จะต้องพึ่งเจ้าของอยู่ตลอดไป และความรักเจ้าของแบบลูกหมานั้น หนักเข้าก็ไม่มีราคา ชักจะเกิน ๆ จนน่ารำคาญเป็นต้นว่า เคล้าแข้งเคล้าขาอยู่วันยังค่ำ ชวนเจ้าของให้เล่นด้วยไม่หยุดหย่อนและแลเห็นอะไรใกล้ตัว เป็นต้นว่า รองเท้า ก็เอาไปกัดเล่น เป็นดังนี้ไปตลอดชีวิต ส่วนความรักต่อเจ้าของนั้นก็มีอยู่จริง แต่มิใช่มีอยู่เพียงเจ้าของ แต่จะรักมนุษย์ทั่วไปอย่างกว้างขวาง เวลาเจ้าของกลับบ้านหมาชนิดที่ไม่รู้จักโตนี้จะต้อนรับด้วยความดีใจเป็นล้นพ้น แต่ครั้นแล้วพอคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักกันสักนิดมาถึงบ้าน ก็จะดีใจต้อนรับเหมือนกัน หมาเช่นนี้เวลามีแขกมาหาที่บ้านจะไม่ปล่อยให้แขกมีความสุข แต่จะออกมาดีใจต้อนรับ แล้วเคล้าเคลียอยู่กับแขก ประจบประแจงจนน่ากลุ้มใจ จนในที่สุดพอขโมยขึ้นบ้านก็คงดีใจต้อนรับแล้วพาไปเก็บของเลยทีเดียว หมาชนิดไม่รู้จักโตนี้อยู่กับใครก็ได้ หากเจ้าของให้ใครไปก็ไม่ทุกข์ร้อน รักเจ้าของใหม่ได้มากมายเหมือนเจ้าของเดิม จนในที่สุดถ้าใครเป็นผู้ถือสายจูง หมาชนิดนี้ก็จะติดตามไปด้วยความเคารพเลื่อมใสว่าเป็นเจ้าของหรือผู้นำชีวิต

หมาที่มีจิตใจเป็นลูกหมาอยู่ตลอดไปนี้ หากเลี้ยงไว้ดูเล่นหรือเลี้ยงไว้พอสักแต่ว่าได้มีหมาในบ้านก็ดี แต่จะหาความผูกพันหรือความเป็นมิตรที่แท้จริงเกินกว่าที่ได้กล่าวมาแล้วก็ไม่ได้ หมาที่มีจิตใจเป็นลูกหมานี้ จะไม่ป้องกันเจ้าของเมื่อมีใครมาทำร้าย เพราะประการแรก หมาเช่นนี้มีความนับถือเลื่อมใสมนุษย์เป็นล้นพ้นอยู่ในสันดาน เมื่อเห็นใครมาทำร้ายเจ้าของก็คิดเสียว่าเป็นเรื่องเทวดาตีกัน หมาไม่เกี่ยว อาจวิ่งหนีไปเลยหรือนั่งดูเฉยเสีย หมาชนิดนี้บางทีก็มีขนาดใหญ่ เช่น อัลเซเชี่ยน แต่ก็มีจิตใจเท่าลูกหมาตัวเท่ากำปั้น หากปล่อยไว้ตามสภาพก็ไม่มีวันที่จะทำร้ายคนได้ ฉะนั้น ถ้าจะให้กัดคนหรือต่อสู้กับคน เช่น จับผู้ร้าย ก็ต้องหัดกันขึ้นเป็นเช่นหมาตำรวจ แต่แล้วพอถึงเวลากัดก็มิได้กัดจริง แต่ทำทีเล่นเหมือนกับเมื่อเวลาฝึกเท่านั้นเอง แต่คนก็ยังกลัว เพราะหมาอัลเซเชี่ยนได้เปรียบที่ขนาดตัวโต ทำให้คนคร้ามเสียก่อน


ที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นหลักจิตวิทยาของหมาที่มีเลือดหมาทองโดยคร่าว ๆ แต่หมาที่มีเลือดหมาป่านั้น มีจิตใจไปอีกแบบหนึ่งคือ ไม่เป็นลูกหมาตลอดไป แต่พอถึงคราวเติบโตเป็นหมาใหญ่ จิตใจเปลี่ยนไปเป็นผู้ใหญ่ ความผูกพันระหว่างหมาที่มีเลือดหมาป่ากับเจ้าของนี้ อยู่ที่สัญชาติญาณฝูงเป็นประการแรก ความจริงเรื่องสัญชาตญาณฝูงนี้มีอยู่ในหมาทั่วไป สังเกตเห็นได้จากในบ้านที่คนอยู่ด้วยกันมาก ๆ หมาจะนับถือคนที่เป็นเจ้าของบ้านเป็นพิเศษ เพราะรู้ด้วยสัญชาตญาณว่า คน ๆ นั้นเป็นจ่าฝูง ทั้งที่เจ้าของบ้านอาจไม่เคยมาดูแลหรือให้ข้าวหมากินเลย ความทึ่รู้ว่าใครเป็นจ่าฝูงเกิดจากสัญชาตญาณของหมาโดยแท้ ไม่ต้องมีใครบอก ไม่ต้องมีใครอบรมสั่งสอน สัญชาตญาณฝูงนี้เห็นได้ชัดแจ้งที่สุด จากหมาวัดตามวัดใหญ่ ๆ ที่แบ่งเป็นคณะ ๆ มักจะมีหมาวัดประจำอยู่ทุกคณะ หมาคณะหนึ่งก็จะเห็นว่าหมาคณะเดียวกันอยู่ในครอบครัวเดียวกัน อยู่ร่วมกันได้ ไม่ทะเลาะวิวาทกัน แต่กับหมาคณะอื่นก็จะมีทะเลาะวิวาทกันบ้าง สำหรับพระที่เป็นเจ้าคณะนั้น หมาแต่ละคณะก็จะมีความเคารพเอฟัง ถือเสมือนเป็นพ่อแม่ มีความรักภักดีต่อเจ้าคณะยิ่งกว่าพระองค์อื่น แต่ฝูงของหมาวัดก็คือหมาทั้งวัดทุกคณะรวมกัน มีสมภารวัดนั้นเองเป็นจ่าฝูง

สัญชาตญาณของฝูงหมา ที่ผมได้กล่าวถึงมาแล้วนั้นมีอยู่น้อยในหมาที่มีพันธุ์หมาทอง เพราะหมาทองดั้งเดิมที่เป็นบรรพบุรุษนั้นมักจะอยู่เป็นฝูงเล็ก หรือหากินเดี่ยวหรือเป็นคู่ แต่สัญชาตญาณเดียวกันนั้นมีอยู่หนักในหมาที่มีพันธุ์หมาป่า เพราะหมาป่าหากินเป็นฝูง จึงย่อมมีสัญชาตญาณฝูงมาก ความผูกพันของหมาพันธุ์หมาป่าที่มีต่อมนุษย์ผู้เป็นเจ้าของนั้น อาจเป็นไปได้สองทาง คือเห็นว่ามนุษย์ผู้เป็นเจ้าของเป็นจ่าฝูง ดังหมาวัดอุปโลกน์พระอธิการให้เป็นจ่าฝูงดังที่กล่าวมาแล้ว หรือมิฉะนั้นก็เห็นว่า มนุษย์นั้นเป็นหมาในฝูงเดียวกัน มีความผูกพันกันฉันมิตรผู้ร่วมโชคชาตาแห่งฝูงด้วยกัน คนเราถ้าเลี้ยงหมาและอยู่กับหมานาน ๆ ก็มักจะเห็นหมาเป็นคน ดูฐานะและพฤติการณ์ต่าง ๆ ของหมาเหมือนกับว่าหมาเป็นคนอีกคนหนึ่ง โดยนัยเดียวกัน หมาที่อยู่กับคนนาน ๆ ก็เห็นว่าคนเป็นหมา หมาทองก็เห็นว่าคนนั้นเป็นพ่อหมาหรือแม่หมา ส่วนหมาป่านั้นก็เห็นว่าคนเป็นหมาตัวที่เป็นจ่าฝูงหรือเป็นเพื่อนร่วมฝูง คนเรานั้น หากรักหมาตัวไหนก็มักจะสรรเสริญว่ามันรู้เหมือนคน แต่หมานั้น ถ้าหากว่ามันพูดได้ มันคงจะกล่าวถึงคนที่มันรักว่าดีเหมือนหมา ความรู้สึกที่หมากับคนมีต่อกันและกันนี้ ทำให้หมากับคนคบกันได้สนิทกว่าสัตว์อื่น เพราะต่างฝ่ายต่างฝ่ายต่างยอมรับว่าอีกฝ่ายหนึ่งพวกเดียวกัน คนเราถึงจะเลี้ยงควายหรือเลี้ยงหมูไว้นานสักเท่าไร ก็ไม่มีวันเผลอนึกไปว่าความหรือหมูเป็นคนได้ ส่วนหมานั้นก็ไม่เคยปรากฏว่ารับสัตว์อื่นเข้าเป็นพวกเดียวกับตนเลย เพราะคนสามารถนึกว่าหมาเป็นคนได้ และเพราะหมานึกว่าคนเป็นหมาได้ ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดจึงเกิดขึ้นอย่างที่ทราบกันอยู่ ความรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันนี้ แม้ในการคบหาสมาคมระหว่างคนและคนก็ยังมีความสำคัญอยู่มาก เวลานี้เราพูดกันอยู่บ่อย ๆ ถึงการคบหากับอเมริกาหรือกับรุสเซียและจีนแดง สิ่งที่ “ไทยควรคำนึง” เป็นอย่างยิ่งนั้นก็คือ คนอเมริกันก็ดี คนรุสเซียหรือจีนแดงก็ดี เขาสามารถนึกว่าเราคนไทยนั้น เป็นอเมริกันเป็นรุสเซียหรือเป็นจีนแดงได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ก็ไม่มีวันคบกันได้สนิท ส่วนทางด้านเราซึ่งเป็นคนไทยนั้น เราก็ควรสำรวจความรู้สึกของตัวเองว่า เราสามารถรับว่าอเมริกัน รุสเซีย และจีนนั้น เป็นคนไทยได้หรือไม่ เราสามารถพูดจากับเขาได้ด้วยสภาพแห่งจิตใจอันเป็นอย่างเดียวกับเวลาที่เราพูดกับคนไทยด้วยกันได้หรือไม่ หรือว่าเวลาเราพบปะพูดจากับอเมริกัน รุสเซีย และจีน เรามิได้เป็นตัวของเราเองโดยสมบูรณ์ แต่ต้องเล่นละครอยู่บ้างตลอดเวลา หากเราพิจารณาความจริงเหล่านี้ได้ให้ถ่องแม้ไม่หลอกลวง หรือปิดบังความจริงนั้นแก่ตนเองแล้ว บางทีเราก็อาจจะสามารถตอบปัญหาต่ออะไรให้แก่ตนเองได้อีกหลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญระหว่างหมาป่ากับหมาทองนั้นอยู่ที่ว่า หมาป่านั้น เมื่อถึงคราวจะเติบโตก็เติบโต เปลี่ยนจิตใจไปเป็นหมาใหญ่ มิได้คงสภาพเป็นลูกหมาอยู่ตลอดชีวิต การที่หมาพันธุ์หมาป่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นตัวของตัวเองนี้ คนที่เลี้ยงหมาส่วนมากอาจไม่ชอบ เพราะความเป็นตัวของตัวเองนั้น ทำให้หมาเป็นอิสระ ไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าของตลอดไป จะทำอะไรก็มักจะทำด้วยเหตุผลของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ จะเชื่อฟังเจ้าของก็เป็นครั้งคราว หมาไทยกับหมาฝรั่งแตกต่างกันก็ที่ตรงนี้ เพราะหมาไทยเป็นพันธุ์หมาป่า จึงโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นตัวของตัวเองเมื่อถึงคราว ทำให้คนเห็นไปว่าหมาไทยนั้นดื้อเกเร ไม่อยู่ในโอวาทเชื่อฟัง ส่วนหมาฝรั่งนั้นส่วนมากเป็นพันธุ์หมาทอง จึงเป็นลูกหมาตลอดชาติ ทำให้คนเห็นว่าน่ารัก ว่านอนสอนง่าย จงรักภักดีต่อเจ้าของ ติดสอยห้อยตามอยู่ตลอด ใครเคยเลี้ยงหมาไทย จะต้องรู้ว่า หมาไทยนั้นมักไม่ค่อยอยู่ติดเจ้าของหรือติดบ้าน แต่มักจะชอบเที่ยวเตร่นอกบ้านเป็นประจำ ลักษณะนี้เป็นลักษณะของหมาป่าที่มีอิสรภาพเป็นผู้ใหญ่ รับผิดชอบด้วยตัวของตัวเองไม่เหมือนหมาฝรั่งซึ่งขาดความรับผิดชอบ จะไปไหนก็ต้องตามเจ้าของเหมือนลูกหมาตามแม่ ไม่กล้าไปไหนโดยตนเองได้ หมาไทยที่ผมพูดถึงนี้ หมายถึงหมาไทยแท้ที่ยังไม่เป็นพันทาง ซึ่งจะหาได้นอกกรุงเทพฯ ส่วนหมาในกรุงเทพฯ นั้น ก็ต้องดูกันเป็นตัว ๆ ไป เพราะหมาส่วนมากในกรุงเทพฯ มีเลือดหมาทองหรือหมาฝรั่งผสมเสียแล้ว
หมาฝรั่งนั้น ถึงจะแสดงความจงรักภักดีกับเจ้าของเพียงไร ก็เอาเป็นเพื่อนตายไม่ได้ เพราะสัญชาตญาณฝูงมีน้อย ประกอบกับความเป็นลูกหมาไม่รู้จบสิ้น ทำให้ไม่คิดสู้ใครจริง ๆ เพราะหวาดกลัว แต่หมาพันธุ์หมาป่านั้น มีสัญชาตญาณฝูงมากและเป็นผู้ใหญ่ จึงสามารถยอมตายแทนหมาในฝูงหรือจ่าฝูงได้ ซึ่งหมายความว่า หมาพันธุ์หมาป่านั้นยอมตายแทนเจ้าของได้เมื่อมีภัยอันตรายเกิดขึ้น หมาไทยซึ่งเป็นพันธุ์หมาป่าก็เป็นเช่นนี้ หมาไทยในชนบทที่เคยตายเพื่อเจ้าของ เพราะสู้กับโจรผู้ร้ายที่ขึ้นปล้นบ้านก็มีอยู่บ่อย ๆ

ขณะนี้มีหมาไทยที่ผมเห็นว่าเป็นหมาร่วมฝูงอยู่ตัวหนึ่งชื่อ เสือโคร่ง ผมได้มาจากบางแสนตั้งแต่ยังเล็ก ๆ หัวเท่ากำปั้น เสือโคร่งเป็นลูกหมามาปีเศษ ระหว่างที่เป็นลูกหมานั้นก็ชอบเล่นหัวและติดตามเจ้าของเหมือนกับหมาฝรั่งทั้งปวงที่เลี้ยงไว้ด้วยกัน ใครเห็นเสือโคร่งตอนนั้นก็มักจะชมผมว่าเก่ง เลี้ยงหมาไทยเสียจนรู้เหมือนหมาฝรั่ง ผมก็ได้แต่บอกว่า ดู ๆ ไปก่อนเถิด ต่อมาพอเสือโคร่งอายุได้ปีกับหกเดือนเสือโคร่งก็เริ่มเป็นผู้ใหญ่ เริ่มเที่ยวนอกบ้าน เลิกติดตามคน หมาฝรั่งที่เคยเล่นหัวกันมาก็เลิกเล่น มิหนำซ้ำดูถูกเอาด้วยเพราะหมาฝรั่งนั้นไม่ยอมโต แสดงความเป็นลูกหมาให้เสือโคร่งเห็น เสือโคร่งนั้นไม่ได้นับถือผมเป็นจ่าฝูงเป็นแน่นอน เพราะผมขาดคุณสมบัติต่าง ๆ ที่จะเป็นนายคนหรือนายหมา แต่เสือโคร่งก็ถือว่าผมเป็นหมาฝูงเดียวกัน มีฐานะเท่ากัน เมื่อเห็นว่าหมาฝรั่งอีกเจ็ดตัวยอมรับนับถือผมเป็นจ่าฝูง เสือโคร่งก็ทำท่าว่าจะคิดปฏิวัติแย่งตำแหน่งนั้นจากผมอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็เฉยอยู่ ทำไม่รู้ไม่เห็นเสีย ขณะเดียวกันผมก็คบกับเสือโคร่งด้วยถ้อยทีถ้อยอาศัย เกรงใจกัน เช่น หมาฝูงเดียวจะพึงปฏิบัติต่อกัน

ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช....(หนังสือสุนัขไทย พ.ศ. 2534)

       
ตุลาคม ๒๕๔๙

ชมรมสร้างสรรค์สุนัขพันธุ์ไทย 12/276 หมู่ 15 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 Email: trdthaiclub@yahoo.com

Thai ridgeback dog, Ridgeback dog, Primitive, pet, puppy, Thairidgeback, TRD, Thai Dog, Mahthai, Lang ahn, สุนัขไทยหลังอาน, หมาไทยหลังอาน, หมาไทย, สุนัขไทย, หลังอาน, ลูกหมา, หลังอาน, สัตว์เลี้ยง