หน้าหลัก - Home
ภาพไทยหลังอาน ลูกสุนัข - Gallery / puppy available ติดต่อเรา - Email to us
สรรสาระ - หมาไทยหลังอาน
เคล็ดไม่ลับ….ที่จะนำสุนัขก้าวไปสู่การเป็นแชมป์

เมื่อเราเข้าใจหลักการคิดคะแนนแล้ว (จากบทความ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประกวด) ต่อไปนี้ จะขอเล่าจากประสบการณ์จริงที่ได้จากการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การเพาะพันธุ์  คัดเลือกสุนัข   ฝึกฝน  และจูงลงสนามประกวดด้วยตนเองจนจบแชมป์ เพื่อให้ผู้สนใจ ลองนำไปปฏิบัติดู ดังนี้

คัดเลือกสุนัขให้ได้โครงสร้างรูปร่างที่ได้มาตรฐาน (Structure)

-  มาตรฐานในที่นี้หาอ่านได้ในหนังสือเล่มนี้หรือในนิตยสารหรือตำราโดยทั่วไป อย่าไปยึดติดมากนักว่าจะต้องเป็นมาตรฐานของสำนักไหน.....จะเอาของหลายๆสำนักมารวมกันก็ได้...เพราะของแต่ละสำนัก..จะมีหลักใหญ่ๆที่เหมือนกันหมดมีเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อยที่ต่างกัน แต่จะไม่มีผลต่อเป้าหมายของเราที่จะปั้นสุนัข ให้เป็นแชมป์...จำไว้ว่า “ไม่มีสุนัขตัวใดในโลกที่สมบูรณ์หมด 100%”

คัดเลือกสุนัขที่มีจิตประสาทได้มาตรฐาน  (Temperament)

-  มาตรฐานในที่นี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสุนัขที่ฉลาด มีความสามารถหรือมีไอคิวสูงเป็นพิเศษ ขอให้เป็นสุนัขที่เข้าสังคมได้  ไม่ตื่นกลัวต่อเสียงรอบข้างและในที่ชุมนุมชน  ไม่ก้าวร้าวต่อคนและสุนัขด้วยกัน ยอมให้กรรมการสัมผัสตัวได้เพื่อตรวจสอบโครงสร้างและกล้ามเนื้อและถือเป็นการทดสอบจิตประสาทด้วย... แม้จะมีอาการหวงตัวบ้างเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานก็มีสิทธิ์สอบผ่านได้....(แต่ถ้าขู่หรือกัดกรรมการ...จูงออกจากสนามได้เลยครับ)

ฝึกยืนโพสต์ท่า (Posting)

- สุนัขประกวดทุกตัวต้องยืนให้กรรมการตรวจสอบโครงสร้างและบุคลิกโดยรวมด้วยสายตา และมุมมอง  ตัวที่ยืนได้โดดเด่นกว่าเรียกว่าเข้าตากรรมการ ก็จะเป็นที่สนใจและหมายตาของกรรมการ  ดังนั้น เราต้องจับสุนัขยืนโพสต์ท่าให้โดดเด่นที่สุด...เราต้องรู้ก่อนว่าจุดเด่นและจุดด้อยของสุนัขเราอยู่ตรงไหน  จุดเด่นต้องโชว์  จุดด้อยต้องหลบ เหมือนการประกวดนางงาม

หลักการโพสต์ท่าสุนัขไทยหลังอาน

    1. ขาคู่หน้าและขาคู่หลังต้องอยู่ในระนาบเดียวกันเท่าที่จะทำได้..เมื่อมองจากด้าน หน้าหรือด้านหลัง
    2. อุ้งเท้าทั้งสี่ต้องชี้ไปข้างหน้าและขนานกับลำตัว ...ไม่แบะออกหรือแบะเข้า
    3. ข้อศอกทั้งสองต้องแนบลำตัวพอดี...ไม่กางออกหรือหุบเข้า
    4. ขาคู่หน้าต้องขนานกันจากบนลงล่าง...ไม่กางออกหรือหุบเข้า
    5. ขาคู่หลังอนุโลมให้กางออกได้เพียงเล็กน้อยเพื่อการทรงตัวที่ดีของลำตัว
    6. จัดมุมขา(ส่วนที่หักมุมท่อนล่างหรือข้อศอก) ให้ตั้งฉากกับพื้นหรือเกือบตั้งฉาก สุนัขที่มีมุมขาหลังมากๆจะได้เปรียบในท่ายืน..แม้จะไม่ค่อยถูกต้องตาม
      มาตรฐานสายพันธุ์นักก็ตาม (Over Angulation)   
    7. เส้นหลัง  ต้องเป็นเส้นตรงและลาดเทไปด้านท้ายเล็กน้อย...ไม่แอ่นหรือโก่ง กรณีสุนัขบางตัวเส้นหลังแอ่นเพียงเล็กน้อย  สามารถปรับแต่งได้ด้วย การใช้มือข้างซ้ายลูบไล้ไปตามเส้นล่างของเอวและอก  จะทำให้สุนัข
      เกิดการเกร็งของร่างกาย ทำให้เส้นหลังตึงขึ้นมาได้เช่นกัน
    8. หัวสุนัขต้องเชิดขึ้น  คอทำมุมกับพื้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ....ไม่ปล่อยให้หัวทิ่มไปข้างหน้ามากเกินไปจะเสียบุคลิก...วิธีการทำได้สอง อย่างคือ   รวบโซ่คอให้สั้นแล้วดึงรั้งขึ้นจากใต้คางสุนัข  กับการเสยใต้คางด้วย มือข้างขวา...ยกเว้นสุนัขเชิดหน้าได้ด้วยตนเองก็โชคดีไป
    9. จัดแต่งหางให้โค้งขึ้นเป็นรูปดาบไทย หรือโค้งประมาณ 1/3 ของวงกลม ด้วย มือข้างซ้าย   กรณีสุนัขหางโค้งมากไป สามารถปรับแต่งได้ด้วยการใช้มือข้างซ้ายกดที่โคนหางและดันไปข้างหน้า  ก็จะช่วยปรับแต่งให้ดีขึ้นได้บ้าง
    10. เมื่อสุนัขยืนได้ดีแล้ว  ให้ใช้มือข้างขวาจับโซ่คอให้สั้นและรั้งเอาไว้ตลอดเวลา ส่วนมือข้างซ้ายก็ลูบไล้ลำตัวส่วนล่างและด้านข้างเบา ๆ พร้อมกับพูดคุยกับ สุนัขของเราไปด้วย.....เช่น  ดีมาก ....เก่งมาก...  Good Boy  เป็นต้น
    11. เหลือบสายตามองกรรมการบ้างเป็นระยะ  ยิ่งช่วงที่กรรมการเดินผ่านเฉียดเข้ามาใกล้เรา  เรายิ่งต้องจัดองค์ประกอบท่ายืนสุนัขให้สมบูรณ์ที่สุด

      ฝึกจับสุนัขให้กรรมการตรวจ (Check)

    กรรมการจะเดินตรวจสุนัขทีละตัว  หรือไม่ก็ให้สุนัขเดินไปหาที่กลางสนามทีละตัว กรณีสุนัขไทยหลังอาน  กรรมการจะถามว่า “ดุไหม”  “จับได้ไหม”  ถ้ามั่นใจก็ตอบไปได้เลย แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ต้องตอบแต่เราต้องรีบเปิดปากสุนัขด้วยตนเอง  กรรมการจะขอดูการสบของฟันหน้าและอาจขอดูกรามจากด้านข้าง(กรณีสุนัขโต)  บางครั้งกรรมการอาจจะ ขอให้เปิดปากกว้างเพื่อดูจุดดำบนลิ้น แล้วแต่ความพิถีพิถันของกรรมการแต่ละท่าน

    ....พยายามฝึกเปิดปากสุนัขด้วยตนเอง โดยใช้คำว่า “Check” จนสุนัขจำคำสั่งนี้ได้ และถ้าจะให้ดีต้องมีคนอื่นมาร่วมฝึกด้วยจะทำให้สุนัขคุ้นเคยกับการถูกบุคคลอื่นมาสัมผัสร่างกาย เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจฟันแล้ว กรรมการก็จะเดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อตรวจดูโครงสร้างและกล้ามเนื้อ   เราจะต้องไม่ยืนเกะกะ แต่ควรจะขยับตัวไปด้านหน้าของสุนัขเพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการจับตัวสุนัขได้ถนัดที่สุด

    ....กรณีสุนัขมีอาการหวงตัวขึ้นมา เราต้องรีบรวบโซ่คอให้สั้นที่สุดและรัดกับมือขวาให้แน่น  เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น  และรีบปลอบใจสุนัข ส่วนมือซ้ายช้อนเอวสุนัขไว้ให้ลอยขึ้น จะช่วยควบคุมมิให้สุนัขดิ้นหนีได้....ถ้าสุนัขดิ้นแรงให้ผ่อนสายจูงและปล่อยให้สุนัขเดินหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบแล้วค่อย ๆ จัดท่าใหม่อีกครั้ง

    .... อย่าไปขืนสุนัขด้วยกำลังมากจนเกินไป..เพราะต่อไปสุนัขจะยิ่งเข็ดขยาด

    ....ไม่ต้องประหม่า ถ้าสุนัขยังไม่ถึงขั้นขู่ หรือ กัดกรรมการ  ๆ ก็จะอนุโลมให้ประกวดต่อไปได้ แต่คะแนนเรื่องอารมณ์ก็จะไม่ค่อยดีนัก

    ฝึกจูงสุนัขวิ่งประกวด (Movement)

    ขั้นตอนนี้ถือว่าสุดยอดของการประกวดก็ว่าได้  สุนัขหลายตัวชนะที่การวิ่งจนอาจจะเรียกได้ว่า 50% ขึ้นอยู่กับตัวสุนัข  อีก 50% อยู่ที่การวิ่ง เพราะองค์ประกอบของร่างกายสุนัขจะแสดงออกหมด  เช่น กล้ามเนื้อ  อารมณ์  ความตื่นตัว  เส้นหลัง การก้าวย่างทั้งขาหน้าและขาหลัง  ตำแหน่งหาง  และหัวสุนัข

    ...จับสายจูงด้วยมือซ้าย และให้สุนัขอยู่ข้างซ้ายมือของเราตลอดเวลา

    ...ขาและอุ้งเท้าสุนัขที่วิ่งได้สวยเข้าตากรรมการ ต้องไม่ปัดเข้า (Toe-in) หรือ ปัดออก (Toe-out) นอกจากนี้ลักษณะการสับเท้าหน้าของสุนัขไทยหลังอานจะต้องเป็นการเตะ ไปข้างหน้าแล้วอุ้งเท้าจิกลงพื้นอย่างมั่นคง ไม่ใช่ลักษณะซอยเท้าเหมือนม้าหรือเหมือนกับสุนัขประเภทน่ารักอย่างมิเนียร์เจอร์พินเชอร์

    ...โดยทั่วไปกรรมการจะให้วิ่งไม่เกิน 3 ลักษณะ คือ  วิ่งตรงไป-กลับ   วิ่งเป็นเส้น 3 เหลี่ยมและ วิ่งเป็นวงกลม  เพื่อตรวจดูองค์ประกอบตามที่กล่าวมา  สายจูงต้องอยู่ที่มือซ้ายเสมอ...โซ่คอสุนัขต้องอยู่ในตำแหน่งที่พอดีอยู่รอบกระโหลกศีรษะโดยให้จุดรัดของห่วงโซ่อยู่ในตำแหน่งระหว่างใต้คางเยื้องมาทางด้านข้างแก้มขวาของสุนัขเล็กน้อยกำลังดี  ส่วนจะให้โซ่ ตึงหรือหย่อนเพียงใด ขึ้นอยู่กับบุคลิกของสุนัขแต่ละตัว ทั้งนี้เทคนิคเรื่องนี้ผู้ฝึกจูงต้องร่วมกับผู้ช่วยในการสังเกตจึงจะบอกได้ว่าแบบไหนเหมาะที่สุดสำหรับสุนัขตัวนั้นๆ

    เมื่อกรรมการสั่งให้วิ่งตรงไป-กลับ (Straight) ให้จัดความพร้อมของสุนัขและตัวเราก่อนไม่ต้องรีบร้อน โดยอาจจะเดินหมุนรอบตัวหนึ่งรอบเพื่อหาจังหวะเริ่มต้นสตาร์ท แล้ววิ่งออกไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับสุนัข ...สุนัขควรจะห่างจากตัวผู้จูงประมาณ 0.80-1.00 เมตร  เมื่อวิ่งไปจนเกือบสุดทางให้ชลอตัวก่อนสุนัขเล็กน้อย  และผ่อนสายจูงให้ยาวขึ้น จนเมื่อสุนัขวิ่งเลยตัวเราไปก็ให้กระตุกสายจูงเบา ๆ เพื่อหันหัวสุนัขให้เลี้ยงขวากลับหลังหัน  เมื่อสุนัขวิ่งกลับมาเสมอกับเราแล้ว ให้รวบสายจูงให้สั้นเหมือนเดิม แล้วเริ่มต้นวิ่งไปพร้อมกับสุนัขจนเกือบถึงตัวกรรมการ ก็ให้ชลอและหยุดยืนด้วยการรั้งสายจูงให้สูงขึ้นด้วยมือซ้าย โดยให้สุนัขอยู่ด้านหน้าของกรรมการพอดี  ในขณะเดียวกันเราต้องเรียกความสนใจของสุนัขให้มองมาที่มือขวาของเราซึ่งอาจมีของล่ออยู่ในมือก็ได้  เพี่อสร้างบุคลิกให้กับสุนัขโชว์ให้กรรมการเห็น

    เมื่อกรรมการสั่งให้วิ่งเป็นรูปสามเหลี่ยม (Tri angle)  ให้เริ่มจัดความพร้อมใหม่อีกครั้งแล้ววิ่งไปข้างหน้าจนเกือบสุดทางแล้วชลอตัวปล่อยให้สุนัขวิ่งเลยเราไปเล็กน้อยแล้วกระตุกสายจูงเบา ๆ เพื่อหันหัวสุนัขให้เลี้ยวขวากลับหลังหันในขณะที่เราต้องถอยหลังเล็กน้อยเพื่อหมุนตัวเลี้ยวขวาไปพร้อมกับสุนัข  เมื่อวิ่งไปจนเกือบสุดทางก็ให้ทำเช่นเดิมอีก คราวนี้ให้หมุนตัวเลี้ยวขวาทำมุมเฉียงเข้าไปหากรรมการเมื่อเกือบถึงตัวกรรมการให้ชลอตัวพร้อมกับดึงสายจูงให้สูงขึ้นเพื่อรั้งให้สุนัขหยุดวิ่งอยู่ตรงหน้ากรรมการพอดี และใช้มือขวาล่อสุนัขให้มองขึ้นมาหากรรมการ

    สำหรับนักจูงประกวดและสุนัขที่เจนสนาม  อาจใช้วิธีวิ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมโดยไม่ต้องหยุดหมุนก็ได้   (ไม่มีภาพประกอบ แต่แนะนำให้ไปดูของจริงที่สนามประกวดก็จะเข้าใจง่าย)

    เมื่อกรรมการสั่งให้วิ่งเป็นวงกลม (Turn Around) โดยทั่วไปจะให้วิ่งวนไปเข้าแถว เป็นการตรวจการวิ่งครั้งสุดท้าย  เราต้องเริ่มจัดท่าวิ่งอีกครั้ง คราวนี้เป็นการวิ่งวนซ้าย  ข้อควรระวังในการวิ่งวนซ้าย  คือ อย่าให้สุนัขวิ่งวงกว้างจนทำให้เกิดการเบียดกับขาของเราได้จะเสียคะแนน  กรณีนี้แก้ไขด้วยการรวบสายจูงให้สั้นลงอีก และรั้งสุนัขให้ออกห่างจากตัวเราแล้วผ่อนสายจูงให้ยาวขึ้น ถ้าจะให้ดีตอนเริ่มต้นสตาร์ทควรปล่อยให้สายจูงยาวๆ ไว้ก่อน  ถ้าสุนัขวิ่งวงในได้ดี (วงแคบ) ก็จะเป็นภาพที่สวยงามและได้คะแนนดีด้วย

    เมื่อวิ่งครบทั้ง 3 ท่าแล้ว เราต้องนำสุนัขเข้าแถวเพื่อยืนโพสต์ท่าให้สวยที่สุด  เมื่อกรรมการตรวจดูแล้วก็จะให้สุนัขทุกตัววิ่งพร้อมกันเป็นขบวน

    การวิ่งพร้อมกันเป็นขบวน .....ช่วงนี้ต้องอาศัยเทคนิคช่วยบ้าง เช่น....อย่าวิ่งเร็วตามตัวหน้า ถ้าสุนัขเราตัวเล็กกว่า หรือมันไม่ชอบวิ่งเร็วรวมทั้งตัวเราด้วย
    ....อย่าให้สุนัขตัวหลังวิ่งดมก้นสุนัขเราจะทำให้เกิดการระแวงและเสียสมาธิ  (ถ้ารู้สึกว่า ถูกกลั่นแกล้งจากตัวหลังให้ชูมือเรียกกรรมการและชี้ไปที่คู่กรณีเป็นการประท้วงเงียบ ไม่จำเป็นต้องโวยวาย)
    .... กรณีที่ตัวหน้าวิ่งช้ามาก หรือไม่ยอมวิ่ง  เรามีสิทธิ์วิ่งแซงหน้าได้  แต่ตอนกลับมายืน เข้าแถว ต้องยืนประจำที่เหมือนเดิม กรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้เมื่อสุนัขตัวหน้าหยุดถ่ายของ เสียกลางสนาม)
    ....เมื่อกรรมการให้สัญญาณมือ (ทำท่ากั้น) ให้หยุดวิ่ง  สุนัขทุกตัวต้องยืนเข้าแถวโพสต์ท่า ด้วยเทคนิคของตนเอง   บางคนนั่ง   บางคนยืน  ตามแต่ถนัดและคิดว่าสามารถดึงจุดเด่นของสุนัขให้ออกมาโชว์ได้มากที่สุด....ให้กลับไปดูหลักการโพสต์ท่ายืนทั้ง 10 ข้อ
         ที่กล่าวมาตอนต้น.........

....กรรมการอาจเรียกสุนัขตัวที่ได้คะแนนใกล้เคียงกันมาประกบคู่วิ่งขนานกันไป-กลับ อีกครั้งเพื่อคัดเลือกตัวที่วิ่งได้สวยกว่าไว้ในใจแล้วให้กลับไปเข้าแถวตามดิม
.....กรรมการจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งโดยการมองทีละตัว  แล้วชี้ตัวที่ชนะเลยหรือ อาจจะจัดให้ตัวที่ชนะที่ 1-2-3 ให้มายืนเรียงลำดับก่อน แล้วให้วิ่งโชว์อีกรอบก่อนตัดสินก็ได้แล้วแต่วิธีการของกรรมการแต่ละท่าน

*** ถ้าท่านตั้งใจฝึกฝน....และมีสุนัขที่เข้าขั้นมาตรฐาน (ไม่ต้องดีเลิศ) ....สุนัขไทยหลัง อานของท่านจะได้เป็นแชมป์ประเทศไทยแน่นอน....ครับ
****คำว่า “แชมป์เปี้ยน” มีความหมายมากกว่าการได้คะแนนตามเกณฑ์ที่สมาคมฯ กำหนด....แต่เป็นการพิสูจน์    ความมานะพยายาม  มาตรฐานสายพันธุ์  และฝีมือของ ผู้จูง (Handler) 

**** การจบแชมป์เร็วหรือช้า ยังต้องขึ้นอยู่กับสุนัขคู่แข่งในสนามว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้ามีมาก และสุนัขเราชนะ โอกาสเป็นแชมป์ก็จะเร็วเพราะได้คะแนนบวกมาก  แต่ถ้าสุนัข คู่แข่งมีน้อย ถึงแม้สุนัขเราจะชนะ ก็ยังต้องใช้เวลาเก็บคะแนนอีกหลายรอบการประกวด
แต่ไม่ว่าจะจบแชมป์เร็วหรือช้า สุนัขแชมป์ทุกตัวยังต้องพิสูจน์ความเป็นสุดยอดสุนัข ประจำสายพันธุ์ตัวจริงต่อไปอีกในการประกวดครั้งต่อๆไป

****…ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จทุกท่าน..

                                                                                       มิ.ย.2551

เจดีย์ไทยหลังอาน

 
สิงหาาคม ๒๕๕๑

ชมรมสร้างสรรค์สุนัขพันธุ์ไทย Creative Thai Dog Club Email: trdthaiclub@yahoo.com

Thai ridgeback dog, Ridgeback dog, Primitive, pet, puppy, Thairidgeback, TRD, Thai Dog, Mahthai, Lang ahn, สุนัขไทยหลังอาน, หมาไทยหลังอาน, หมาไทย, สุนัขไทย, หลังอาน, ลูกหมา, หลังอาน, สัตว์เลี้ยง