สถานที่ - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จันทบุรี
วันที่ - กุมภาพันธ์ 2548
แนวความคิดในการจัดประกวดสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานเชิงวิชาการ เริ่มต้นจากชมรมรักษ์สุนัขไทยนำโดยอาจารย์สฤษดิ์ สุนทร(ครูโย่ง) จากจันทบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี นำโดยอาจารย์ เอกชัย ปริญโญกุล จากคณะสัตวศาสตร์ ผนวกกับชมรมสร้างสรรค์สุนัขพันธุ์ไทย โดยมีคุณพิรัช ฉัตรอัศวพิทักษ์ เป็นประธาน และ มีคุณพูนศิริ ลือคุณา (คุณน้อย นพเก้า)เป็นเลขานุการ ชมรมสร้างสรรค์ฯมีความมุ่งมั่นในการเผยแพร่ความรู้สุนัขไทยหลังอานผ่านเว็บไซด์ www.thairidgeback.org แห่งนี้ มาตั้งแต่กลางปี 2547 มีปณิธานตรงกันในการส่งเสริมสุนัขไทยหลังอานที่เป็นสมบัติของชาติและเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ตั้งมั่นในหลักการ สร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์สุนัขไทยให้กลับมาเป็นที่นิยมกันมากยิ่งขึ้น กระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดพันธมิตรในการร่วมกิจกรรม งานประกวด(ที่จัดครั้งแรก)จึงเกิดขึ้นอย่างสายฟ้าแลบ แต่ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทุกท่านแม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ได้รอยยิ้มและมิตรภาพกลับไปกันถ้วนหน้า ทั้งนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณ พลโท อำนาจ ชยสมานนท์ ที่กรุณาสนับสนุนชมรมสร้างสรรค์ฯด้วยดีเสมอมา
งานเริ่มจากการเสวนาในเย็นวันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2548 ที่ห้องสัมมนาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล นำโดย พ.ต.ท. ภาสวัชร์ ศรีทัย ที่ได้เกริ่นนำการบรรยายความเป็นมาเป็นไปของสุนัขไทยหลังอาน เสริมข้อคิดจาก ผศ.ดร. สุรวิช วรรณไกรโรจน์ ที่ให้แง่คิดมุมมองมาตรฐานสุนัขไทยหลังอาน และ พ.ต.ท. เสริมศักดิ์ ธรรมรักษา ที่ร่วมกันเปิดประเด็นเกร็ดความรู้สุนัขไทยหลังอานอย่างต่อเนื่อง การประชุมอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยนักเลี้ยง นักเพาะพันธุ์สุนัขไทยหลังอาน จากทั่วสารทิศ ทั้งลพบุรี และกำแพงเพชร ฯลฯ และที่สำคัญปูชนีย์บุคคลแห่งวงการสุนัขไทยหลังอาน คุณป้าสมคิด วัชรัมพร และนักเลี้ยงรุ่นใหญ่ในวงการอีกมากมายเข้าร่วมเสวนาในวันนั้น พร้อมกับเหล่าบรรดานักศึกษาคณะสัตวศาสตร์ราชมงคลอีกรวม กว่า 30 คน บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานเป็นความหวังให้ผู้บรรยาย ที่เห็นคนรุ่นอนาคตที่ให้ความสนใจกับการพูดคุยในครั้งนี้อย่างท่วมท้น
ในวันประกวด (วันที่ 13 ก.พ.48) งานนี้จะเห็นได้ว่าระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย ในการแสดงพลังคนรักหมาไทยหลังอาน เริ่มช่วงเช้ามีการเปิดประเด็นการสัมภาษณ์ คุณสมศักดิ์ กันธะณะจากฟาร์มท่าเรือ ที่เปิดอกคุยเรื่องทำอย่างไรให้สุนัขไทยได้เป็นแชมป์โลก ทั้งเกร็ดความรู้ในการพัฒนาพันธุ์และปัญหาอุปสรรคที่ต้องทำการศึกษาก่อนส่งสุนัขไปต่างประเทศ เพราะแต่ละประเทศจะออกกฎระเบียบเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน เช่นที่ประเทศเยอรมันปัจจุบันต้องส่งเลือดสุนัขไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการที่เป็นที่รับรองของเขาก่อนนำสุนัขเข้าประเทศถึง 3 เดือน มีที่ตามมาทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงต้องควรศึกษาก่อนล่วงหน้าและเกร็ดความรู้ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนอีกมากมาย
ที่สำคัญเห็นจะเป็นความพร้อมเพรียงของนักเลี้ยงและนักประกวดหลังอานทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพเกือบ 40 ตัวที่เข้าร่วมประกวดในวันนั้น ยังไม่รวมสุขนักน่ารักสายพันธุ์อื่นๆทั้งโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เชาๆ ปั๊ก ฯลฯ ที่นำมาประกวดสุนัขสุขภาพดีอีก 10 ตัว
นับเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่คนเลี้ยงสุนัขให้ความสนใจและมาช่วยกันสร้างบรรยากาศความคึกคักของการประกวดได้มากขนาดนี้ งานนี้เรียกว่าเป็นงานรวมพลชนิดที่เรียกว่าหลายๆท่านมากันด้วยใจจริงๆ ทั้งนี้ศูนย์ฝึกสุนัขดีวัน ของคุณการุณย์ จันทนเสวี ก็เข้าร่วมสร้างความครึกครื้นและเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมรอบสนามได้ไม่น้อย เพราะทราบมาภายหลังว่าทั้งครูฝึก(ผู้จูง)และสุนัขที่นำมาโชว์วันนั้นก็พึ่งจะเคยออกงานเป็นครั้งแรกเช่นกัน พอได้ยินเสียงปรบมือเท่านั้นทั้งคนทั้งสุนัขก็ตกใจกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่ขอบอกว่าไม่บอกก็ไม่มีใครทราบนะ อันนี้ต้องขอชื่นชม กลมกลืนเลยค่ะงานนี้ผ่านฉลุย ก็ขนาดผ่านการฝึกแค่ 2 อาทิตย์ได้ระดับเชื่อฟังคำสั่งนอกสายจูงได้..นี่ก็ถือว่าเป็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ
  
ยังได้เห็นบรรยากาศน้องหมาเล่นสกีเพราะความที่ยังไม่เคยลงประกวดมาก่อน ก็เลยไม่ยอมเดินเอาดื้อๆยังงั้นเอง ก็เรียกเสียงฮาได้รอบสนามไปเลย งานนี้ใครที่พลาดไปแล้วก็ต้องถือว่าน่าเสียดาย คือเป็นอะไรที่เข้ากับช่วงเวลาวันแห่งความรักไปเลย เพราะอบอวลไปด้วยมิตรภาพและไมตรีที่อบอุ่น ทุกฝ่ายทุ่มเทกันมาช่วยกันโดยไม่สนใจถึงผลแพ้ชนะ อย่าง แม่ระมิงค์ของคุณสมศักดิ์ท่าเรือ เพชรกล้า ของคุณต้นระยอง และ ต้องตา ของคุณอู๋ตะวันน้ำฟ้า ที่มีดีกรีแชมป์จากหลายสนามก็ยังลงสนามประกวดด้วย อย่างนี้เรียกว่าสปิริตสูงส่งค่ะ (จะมีผู้สร้างสีสันให้กับงานอยู่บ้างแต่ก็ถือว่าเป็นธรรมดาของงาน เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นที่ทราบๆกันว่าท่านเป็นของท่านยังงี้เอง จึงถวายอภัยทานเนื่องในวันวันมาฆะบูชาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) สุนัขใหม่ที่สวยๆก็มีให้เห็นมากมายในงาน ไม่ว่าจะเป็น ชายธง ของทนายจิ๋ว และ นักรบ ของทนายปุ๊ ฯลฯ งานนี้ได้ชื่นชมสุนัขครบทุกสีตามมาตรฐานเลยค่ะ ทั้งสีแดง สวาด ดำ (ซึ่งนับวันจะหาดูได้ยาก) และสีกลีบบัว (ซึ่งไม่เคยเห็นบ่อยนักในเวทีประกวดที่ผ่านๆมา)
กรรมการทั้ง 3 ท่านคือ พ.ต.ท. ภาสวัชร์ ศรีทัย พ.ต.ท. เสริมศักดิ์ ธรรมรักษา และ ผศ.ดร. สุรวิช วรรณไกรโรจน์ ตัดสินโดยเกณฑ์คะแนนที่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือส่วนหน้า (ปาก ฟัน กราม กะโหลก หู คอ) ส่วนลำตัว (อก เอว สะโพก หลัง อาน หาง ขน) ส่วนที่3 ส่วนขา (ขาหน้า-ขาหลัง) และส่วนสุดท้าย อารมณ์กับการเคลื่อนไหว สุนัขที่ได้คะแนนรวมจากกรรมการั้ง 3 ท่านสูงสุดจึงเป็นผู้ชนะในแต่ละรอบ เรียกว่างานนี้กรรมการทำงานหนักจริงตั้งแต่เช้าจรดเย็น ในการตัดสินแต่ละรอบโดยเฉพาะรุ่นเล็กที่มีสุนัขแต่ละรอบถึงเกือบ 10 ตัว ใช้เวลาถึงเกือบครึ่งชั่วโมง และต้องเล็งกันทุกสัดส่วนชนิดที่เพื่อสุดท้ายไม่ว่าใครจะขอทราบเหตุผลในการตัดสินก็มีคำอธิบายได้ทุกจุด- เข้าหลักการโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนเลยทีเดียว และด้วยความร่วมมือของโฆษกเจนเวทีอย่างคุณสิริชัย อัคนิบุตร (คุณเล็ก จจ) งานประกวดจึงมีสีสันและครึกครื้นตลอดงาน
  
คณะผู้จัดการประกวดจึงใคร่ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอีกครั้ง ณ ที่นี้ ทั้งผู้มีอุปการคุณ โดยเฉพาะอาหารสุนัข Gusto, Petto, Science Diet, CP, Dogkin คณะกรรมการตัดสินสุนัขไทยหลังอานทั้ง 3 ท่าน (พ.ต.ท. ภาสวัชร์ ศรีทัย พ.ต.ท. เสริมศักดิ์ ธรรมรักษา และ ผศ.ดร. สุรวิช วรรณไกรโรจน์) คณะกรรมการตัดสินการประกวดสุนัขสุขภาพดีทั้ง 3 ท่าน คณาจารย์และเหล่านักศึกษาคณะสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี สมาชิกชมรมรักษ์สุนัขไทย สมาชิกชมรมสร้างสรรค์สุนัขพันธุ์ไทย ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหน้าหรือเบื้องหลังการจัดการประกวดครั้งนี้ และที่สำคัญที่สุดคือผู้ที่ร่วมกันจูงสุนัขเข้าไปร่วมกิจกรรม ทุกท่านมีส่วนในการสร้างความสำเร็จของงานค่ะ พบกันใหม่ปีหน้าที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี แว่วมาว่าถ้วยรางวัลอันสูงส่งที่นักประกวดทั้งหลายใฝ่ฝันนั้น อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ!!!
|